วันที่ 15 กันยายนเกิดอะไรขึ้น

ก่อนถึงเส้นตาย endpoint ของโมเดลทั้ง 5 ยังทำงานได้ปกติ แต่จะแนบ HTTP header Deprecation และ Sunset มาด้วยทุกครั้งที่เรียกสำเร็จ เพื่อเตือนล่วงหน้าให้ระบบอัตโนมัติตรวจจับได้ พอพ้นวันที่ 15 กันยายนไปแล้ว endpoint เดิมจะตอบกลับเป็น 410 Gone ทันทีพร้อม body ที่ระบุเหตุผลชัดเจนว่าโมเดลถูกปลดระวางเพราะผู้ให้บริการเลิกซัพพอร์ต และแนะนำโมเดลทดแทนในฟิลด์ replacement — เอกสารของ Krea ระบุชัดว่าการรีทราย (retry) เมื่อเจอ 410 จะไม่ช่วยอะไร เพราะเป็นการปิดถาวรไม่ใช่ error ชั่วคราว

ย้ายไปโมเดลไหนได้บ้าง

Kling 2.5 เป็นตัวเลือกทดแทนที่แนะนำอย่างเป็นทางการ ส่วน Kling 2.6, Kling 3.0 และ Kling o1 ยังให้บริการตามปกติไม่กระทบ งานที่เคยเจนไว้ด้วยโมเดลรุ่นเก่ายังอยู่ในไลบรารีของผู้ใช้ครบ ไม่ถูกลบ มีผลเฉพาะการเรียกโมเดลเพื่อเจนใหม่เท่านั้น สำหรับทีมที่เรียกผ่าน Krea API หรือ MCP โดยตรง จำเป็นต้องเปลี่ยน path การเรียกจากโมเดลรุ่นเก่าไปเป็น Kling 2.5 ขึ้นไปก่อนเส้นตาย ไม่เช่นนั้น job ที่ยิงเข้าคิวไว้จะล้มเหลวทันทีที่ผ่านเที่ยงคืนวันที่ 15

ทำไมข่าวนี้สำคัญกับสายวิดีโอโปรดักชัน

Kling เป็นหนึ่งในโมเดลวิดีโอที่สตูดิโอและครีเอเตอร์จำนวนมากผูก pipeline อัตโนมัติไว้ด้วยชื่อรุ่นเฉพาะเจาะจง (hardcode model version) เพื่อให้ผลลัพธ์คงที่ระหว่างโปรเจกต์ การปลดระวางแบบมีเส้นตายชัดเจนแบบนี้จึงกระทบตรงกับทีมที่ยังไม่อัปเดต — ถ้า workflow, batch script หรือ automation ใดยังอ้างอิง Kling 1.0–2.1 อยู่ ต้องรีบทดสอบผลลัพธ์บนโมเดลใหม่ก่อน เพราะ prompt ที่เคยจูนไว้กับโมเดลรุ่นเก่าอาจให้ผลต่างจาก Kling 2.5 ขึ้นไปพอสมควร

มุมมองของเรา

All-In AI Labs ใช้ Seedance 2.0 Mini เป็นโมเดลวิดีโอหลักของไปป์ไลน์ แต่ก็ประเมิน Kling เป็นตัวเลือกสำรองสำหรับบางงานที่ต้องการสไตล์เฉพาะ ข่าวนี้ตอกย้ำบทเรียนที่เราถือปฏิบัติมาตลอด คือห้ามผูกงาน production จริงไว้กับชื่อรุ่นโมเดลตายตัวโดยไม่เผื่อแผนย้าย เพราะผู้ให้บริการ AI generative video ทุกเจ้ามีวงจรปลดระวางโมเดลรุ่นเก่าเร็วกว่าซอฟต์แวร์ทั่วไปมาก การอัปเดตความรู้เรื่อง model lifecycle และทดสอบโมเดลใหม่ควบคู่ไปกับของเดิมอยู่เสมอ คือสิ่งที่ทำให้เราส่งงานวิดีโอโฆษณาคุณภาพสูงให้ลูกค้าได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุด แม้เบื้องหลังอุตสาหกรรมนี้จะเปลี่ยนโมเดลกันทุกไม่กี่สัปดาห์