ใครต้องแจ้ง แจ้งแบบไหน
กฎหมายกำหนดให้โฆษณาที่ใช้ figure หรือเสียงที่สร้างด้วย AI จนดูสมจริงเหมือนคนแสดงจริง แต่ไม่ได้พาดพิงถึงบุคคลจริงคนใดคนหนึ่ง ต้องมี "การเปิดเผยที่ชัดเจนและเห็นได้ง่าย" (clear and conspicuous disclosure) เช่นข้อความ "การแสดงนี้ใช้นักแสดงสังเคราะห์" หรือ "ไม่มีนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริงปรากฏในวิดีโอนี้" กติกาจะใช้บังคับเมื่อ AI performer นั้นปรากฏเป็นตัวหลักในการสาธิตสินค้า พูดข้อความโฆษณาหลัก หรือทำหน้าที่คล้าย testimonial ส่วน AI figure ที่ปรากฏเป็นแค่ฉากหลังหรือรายละเอียดประกอบไม่เข้าข่ายต้องแจ้ง และกรณีที่เป็นการเลียนแบบใบหน้า/เสียงของบุคคลจริงโดยไม่ได้รับอนุญาตจะแยกไปอยู่ภายใต้กฎหมาย digital replica และสิทธิความเป็นส่วนตัวอีกฉบับ ไม่ใช่ SB 1050
บังคับใช้ผ่านกฎหมายโฆษณาเท็จเดิม ไม่ใช่บทลงโทษใหม่
แทนที่จะตั้งบทลงโทษเฉพาะ SB 1050 ผูกเข้ากับกฎหมาย Unfair Competition Law (UCL) ที่มีอยู่แล้วของรัฐ ทำให้เพดานค่าปรับอยู่ที่สูงสุด 2,500 ดอลลาร์ต่อการกระทำผิดหนึ่งครั้ง — ต่ำกว่าฝั่ง New York ที่ตั้งบทลงโทษเฉพาะไว้ที่ 1,000 ดอลลาร์ครั้งแรกและ 5,000 ดอลลาร์ครั้งถัดไป หลังศาลตัดสินว่าโฆษณาชิ้นใดผิดกฎหมาย แพลตฟอร์มสตรีมมิงและเครือข่ายโฆษณาต้องหยุดเผยแพร่โฆษณานั้น "โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และเทคนิค" นักวิเคราะห์มองว่าเมื่อรวมขนาดตลาดของแคลิฟอร์เนียกับ New York เข้าด้วยกัน สองรัฐนี้อาจกลายเป็น "มาตรฐานโดยพฤตินัย" ที่แบรนด์ทั่วประเทศต้องทำตาม แม้จะไม่ได้ทำโฆษณาขายในรัฐนั้นโดยตรงก็ตาม
มุมมองของเรา
กฎหมายนี้ตรงเป้ากับงานโฆษณาที่ใช้ AI-generated presenter หรือ UGC avatar เพื่อขายของโดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบงานที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการโปรดักชัน ทีมที่รับงานโฆษณาสำหรับตลาดสหรัฐฯ ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะใส่ disclosure ตรงไหนของคลิป ไม่ใช่รอถึงต้นปี 2027 ค่อยแก้ไข สำหรับ All-In AI Labs เรายังคงยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ เพราะงาน AI Video Production ของเราเน้นการเล่าเรื่อง โปรดักต์ดีไซน์ และแอนิเมชัน มากกว่าการสร้างนักแสดง AI มาแทนคนจริงในบทบาทหลัก แต่ถ้าลูกค้าต้องการใช้ AI presenter ในแคมเปญ เราจะให้คำแนะนำเรื่องตำแหน่งข้อความ disclosure ให้ครบตั้งแต่ขั้นตอนสคริปต์ เพื่อให้งานส่งถึงมือลูกค้าพร้อมใช้จริงโดยไม่ต้องแก้ทีหลัง
ALL-IN